การวัดน้ำเสียด้วยปริมาณออกซิเจน

                ในน้ำนั้นมีองค์ประกอบทางเคมีสำคัญอยู่สองชนิด คือ ไฮโดรเจน และออกซิเจน โดยมีสูตรทางเคมีว่า H2O ซึ่งเมื่อมีสิ่งปนเปื้อนลงในน้ำแล้ว จะเกิดกระบวนการทางเคมี (กรณีเป็นสิ่งปนเปื้อนประเภทสารอนินทรีย์) หรือเกิดกระบวนการทางชีวเคมี (กรณีเป็นสิ่งปนเปื้อนประเภทสารอินทรีย์) ที่เรียกว่า “การออกซิไดซ์ (Oxidized)” ซึ่งจะทำให้ปริมาณออกซิเจนในน้ำนั้นลดน้อยลง นักวิทยาศาสตร์จึงได้ใช้ประโยชน์จากกระบวนการดังกล่าวนี้มาเป็นตัวบ่งชี้คุณภาพน้ำที่ใช้แล้วหรือน้ำทิ้งว่าเป็นน้ำเสียหรือไม่

การวัดน้ำเสียด้วยปริมาณออกซิเจน

โดยวิธีการชี้วัดว่าน้ำที่ใช้แล้วหรือน้ำทิ้งนั้นจะถือเป็นน้ำเสียหรือไม่ หรือเป็นน้ำเสียในระดับใด เราต้องเรียนรู้ค่าบ่งชี้จำนวน 2 ค่าได้แก่

– ค่า BOD (Biochemical Oxygen demand) คือค่าที่ใช้วัดปริมาณ O2 (ออกซิเจนซึ่งเป็นองค์ประกอบของน้ำ) ที่จุลินทรีย์ใช้ในการทำปฏิกริยากับสารอินทรีย์ โดยค่าที่จะถือว่าน้ำนั้นเป็นน้ำเสียคือ ค่า BOD = 100 mg/l ถือว่าเป็นน้ำเสียแต่ถ้าต่ำกว่านั้นจะถือว่าเป็นน้ำดีอยู่ โดยน้ำที่มีค่า BOD มากนั้นแสดงว่ามีสารอินทรีย์เจือปนอยู่มากทำให้จุลินทรีย์จำเป็นต้องใช้ปริมาณออกซิเจนในกระบวนการทำปฏิกริยากับสารอินทรีย์ที่เจือปนในน้ำมากตามไปด้วยนั่นเอง

– ค่า COD (Chemical oxygen demand) คือค่าที่ใช้วัดปริมาณ O2 ที่สารเคมีใช้ในการทำปฏิกิริยากับสารอินทรีย์ โดยทั่วไปแล้วค่า COD นั้นมักจะมากกว่าค่า BOD อยู่แล้ว เนื่องจากจุลินทรีย์ไม่สามารถใช้ O2  เพื่อทำปฏิกริยากับสารอินทรีย์บางตัว คือ สารอินทรีย์พวกอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน และ ไพรีดีนที่อยู่ในน้ำได้เหมือนกับสารเคมีนั่นเอง

You may also like...

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *